ประวัติความเป็นมา

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2555 คณะกรรมการมูลนิธิอัศนี พลจันทร (นายผี) ได้มีการประชุมปรึกษาและมีความเห็นว่า มูลนิธิได้ก่อตั้งมาตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2541 และได้ดำเนินกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ในข้อบังคับของมูลนิธิอย่างต่อเนื่องและหลากหลาย ในปี พ.ศ. 2555 นี้ ถือได้ว่าเป็นวาระครบ 60 ปี ที่นายอัศนี พลจันทร ต้องหลบหนีภัยคุกคามจากรัฐบาลที่ไม่เคารพสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน จนต้องลาออกจากกรมอัยการเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2495 ซึ่งหากไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงเช่นนี้เกิดขึ้น และนายอัศนีพลจันทร ยังคงรับราชการต่อไปจนเกษียณอายุเมื่อ พ.ศ. 2510 ย่อมคาดหมายได้ว่าจะดำรงตำแหน่งระดับสูงในกรมอัยการ และได้รับการยกย่องเชิดชูว่าเป็นอัยการผู้ดำรงตนอยู่ในความสุจริตเที่ยงธรรม อันควรยึดถือเป็นแบบอย่างที่ดีงาม ในขณะที่ผลงานด้านกวีนิพนธ์ วรรณคดีสากลและภาษาศาสตร์ก็จะเสมอชั้นนักปราชญ์ราชบัณฑิต ตลอดจนศิลปินแห่งชาติอย่างแน่นอน

คณะกรรมการมูลนิธิจึงได้มีมติว่า เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่นายอัศนี พลจันทร และเพื่อเป็นการสืบสานอุดมการณ์ "รักความยุติธรรม รักปวงประชา รักมาตุภูมิ" ของท่านผู้นี้ให้ดำรงอยู่ตลอดไป จึงให้มีการก่อตั้ง "รางวัลอัศนี พลจันทร" มอบให้แก่บุคคล คณะบุคคล หรือองค์กร ซึ่งประกอบคุณงามความดี หรือมีผลงานดีเด่นในด้านต่างๆ ตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ ข้อ 4.9 เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูบุคคล คณะบุคคล หรือองค์กรนั้นๆให้เป็นที่ประจักษ์แก่มหาชน เพื่อให้เป็นแบบอย่างที่ดีงามแก่คนรุ่นต่อไป และเพื่อเป็นการบำรุงขวัญสร้างกำลังใจให้แก่ผู้ประกอบคุณงามความดีทุกคน ได้รับรู้ว่ามีดวงตาแห่งสังคมคอยจับจ้องกรรมดีที่กระทำอยู่ตลอดเวลา และความดีนั้นไม่มีวันสูญหายไปจากโลก

การมอบรางวัลอัศนี พลจันทร ให้พิจารณามอบในสาขาใดสาขาหนึ่ง หรือหลายสาขาก็ได้ โดยพิจารณาจากผลงานดีเด่นในแต่ละห้วงเวลาเป็นสำคัญ การมอบรางวัลควรกระทำทุกปีอย่างสมเกียรติ แต่ไม่จำกัดว่าต้องมอบซ้ำในสาขาเดิม จึงอาจมีการมอบรางวัลสาขาอื่นก็ได้ หากมีบุคคล คณะบุคคลหรือองค์กร ที่มีผลงานดีเด่นซึ่งควรแก่การยกย่องเชิดชู และแม้จะพิจารณาถึงผลงานเป็นหลัก แต่ก็ต้องพิจารณาถึงคุณสมบัติประการอื่นประกอบด้วย หากคุณสมบัติประการอื่นขาดความเหมาะสม ก็จะไม่พิจารณามอบรางวัลให้แก่ผู้นั้น

รางวัลอัศนี พลจันทร ถือว่าเป็นรางวัลที่ทรงคุณค่า และเป็นเกียรติยศอย่างสูงแก่ผู้ที่ได้รับ การพิจารณาคัดสรรบุคคล คณะบุคคล หรือองค์กร ซึ่งมีผลงานดีเด่นควรค่าแก่การยกย่องเชิดชู จึงต้องกระทำอย่างเข้มข้นโดยคณะกรรมการมูลนิธิ หรือผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะกรรมการมูลนิธิมอบหมาย ภายใต้กฎเกณฑ์ที่คณะกรรมการมูลนิธิกำหนด เมื่อคณะกรรมการมูลนิธิมีมติให้มอบรางวัลอัศนี พลจันทร สาขาใดแก่บุคคล คณะบุคคล หรือองค์กรใดแล้ว ให้แจ้งมติแก่ผู้นั้นเพื่อทราบ และดำเนินการมอบรางวัลให้แก่ผู้นั้นต่อไป

การจัดพิธีมอบรางวัลอัศนี พลจันทร ควรมีการจัดงานด้านวิชาการประกอบด้วย เรียกว่างาน "วันสืบสานอุดมการณ์นายผี – อัศนี พลจันทร" และหากเป็นไปได้ควรจัดแสดงงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาอีกส่วนหนึ่งด้วย เช่น การแสดงดนตรีและขับร้องเพลง เนื่องจากนายอัศนี พลจันทร เป็นผู้สร้างสรรค์บทเพลง "คิดถึงบ้าน" หรือ "เดือนเพ็ญ" ที่เป็นเพลงอมตะ ซึ่งมีศิลปินนำมาขับร้องมากที่สุดเพลงหนึ่ง องค์ประกอบของงานจึงควรมีการขับร้องเพลง "คิดถึงบ้าน" เพื่อรำลึกถึงผู้ประพันธ์เพลงนี้

ต่อมา เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 คณะกรรมการมูลนิธิได้ประชุมพิจารณาและมีมติมอบรางวัลอัศนี พลจันทร ประจำปี พ.ศ. 2555 สาขาการบังคับใช้กฎหมายดีเด่น แก่ นายดำรงค์
พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และสาขาศิลปินผู้สร้างสรรค์บทเพลงดีเด่น แก่ นายยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว และให้จัดพิธีมอบอย่างสมเกียรติในวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2555 ณ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โดยให้มีการจัดงาน "วันสืบสานอุดมการณ์นายผี – อัศนี พลจันทร" ครั้งที่ 1 แบ่งงานเป็น 2 ภาค ภาคเช้า ให้เรียนเชิญ ศาสตราจารย์ ดร.คณิต ณ นคร บรรยายพิเศษ เรื่อง "ความยุติธรรมในบริบทของสังคมไทยปัจจุบัน" และให้เรียนเชิญ ศาสตราจารย์ ดร. โภคิน พลกุล ศาสตราจารย์ ดร. ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ และพลเอกเอกชัย ศรีวิลาศ ร่วมเสวนาในหัวข้อ "หนทางก้าวข้ามความขัดแย้งในสังคมไทย" โดยมอบหมายให้ ดร. อมร วาณิชวิวัฒน์ กรรมการมูลนิธิเป็นผู้ดำเนินรายการ ภาคบ่าย ให้มีการแสดงดนตรีของวงดุริยางค์ทหารบก และขับร้องเพลงโดยศิลปินนักร้องจากค่ายเพลงต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขอให้นาย ยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว ขับร้องเพลง "คิดถึงบ้าน" หรือ "เดือนเพ็ญ" เพื่อเป็นการรำลึกถึงนายอัศนี พลจันทร ผู้สร้างสรรค์บทเพลง และเพื่อเป็นเกียรติแก่งานนี้